เที่ยวลาวใต้ คอนพระเพ็ง หลี่ผี ปราสาทวัดภู

Issued: 2003-12-11

ปี 2546 นี้ได้หยุดวันพ่อยาวสามวัน ครอบครัวเราก็เลยวางแผนไปเที่ยวลาวใต้กัน เราเดินทางโดยเช่ารถตู้จากอุบลฯ เรื่องเอกสารต่างๆ ทางร้านเขาชำนาญอยู่แล้ว การเตรียมตัวจึงไม่ยุ่งยากอะไร เรากะไปค้างที่ลาวหนึ่งคืน แต่จะเที่ยวให้เท่าๆ กับทริป 3 วัน 2 คืนที่ทัวร์ส่วนใหญ่จัดกัน :D

ลาวใต้มีอะไรน่าสนใจ ?

ภาคใต้ของประเทศลาวอยู่ติดจังหวัดอุบลฯ และกัมพูชา บ้านเราสามารถข้ามไปฝั่งลาวได้ทางด่านช่องเม็ก ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาพักกันที่ปากเซ และเดินทางไปเที่ยวน้ำตกหลี่ผี น้ำตกคอนพระเพ็ง และปราสาทวัดพู ทั้งสามแห่งนี้ก็คือจุดหมายของเราในครั้งนี้ ในอดีตการเดินทางไปเที่ยวลาวค่อนข้างลำบากเพราะถนนหนทางยังไม่ดี แต่ปัจจุบันการคมนาคมสะดวกขึ้นเยอะ ไม่ต้องลุยฝุ่นกันนานๆ คนไทยก็เลยนิยมไปเที่ยวกันมากขึ้นตามไปด้วย

วันที่ 6 ธ.ค. 2546

เราออกเดินทางจากขอนแก่นตั้งแต่ตีสามครึ่งมาเช้าที่อุบลฯ เพราะนัดกับรถตู้ไว้ราวๆ เจ็ดโมงเช้า หลังจากทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันไปช่องเม็ก ระยะทางราวๆ 90 กิโลเมตร .. ถึงที่ด่านเกือบเก้าโมง คนเยอะมาก เรารออยู่นานกว่าจะเสร็จพิธีการและข้ามไปฝั่งลาว ที่ฝั่งลาวมีที่แลกเงินซึ่งควรจะแลกติดตัวไว้ แม้ว่าเงินบาทจะใช้ในลาวได้ แต่ก็ไม่เสมอไป อัตราแลกเปลี่ยนในวันที่เราเดินทางไปลาวอยู่ที่ 263 กีบ/บาท .. ครอบครัวเราแลกไป 4000 บาทได้แบงค์ 5000 กีบมาสองปึกกว่าๆ (- -') .. จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่เมืองปากเซ ระยะทางจากด่านไปปากเซก็ราวๆ 45 กิโลเมตร

ถึงปากเซ เราแวะหาโรงแรมที่พักกันก่อนเพราะช่วงหยุดหลายวันแบบนี้คนไทยเดินทางมาเยอะ .. เมืองปากเซแม้จะเป็นแค่อำเภอแต่ก็มีโรงแรมที่พักอยู่พอสมควรเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว เราขับรถวนหาสองสามรอบก็ได้ห้องพักของโรงแรมเล็กๆ แห่งนึง ราคาถูก ห้องพักก็พออยู่ได้ แต่ถ้าจะเอาโรงแรมที่ดีที่สุดในเมืองปากเซก็ต้องโรงแรมจำปาสักพาเลซ เดิมเป็นวังของเจ้าบุญอุ้ม ปัจจุบันคนไทยไปสัมปทานมาทำโรงแรม แต่ช่วงวันหยุดนี้โรงแรมดีๆ มักจะเต็มหมดแล้ว

หลังจากได้ที่พักเราก็เดินทางมุ่งหน้าไปน้ำตกคอนพระเพ็ง ซึ่งอยู่ห่างชายแดนลาว-กัมพูชาไม่กี่กิโลฯ .. น้ำตกคอนพระเพ็งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มาก จนได้สมญาว่าเป็นไนแองการ่าแห่งเอเซีย หากจะไปชมน้ำตกแห่งนี้ควรจะไปช่วงปลายหน้าฝนเพราะระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้ว ทำให้มองเห็นความยิ่งใหญ่ของน้ำตกได้ชัดขึ้น เราแวะทานข้าวกันที่น้ำตกคอนพระเพ็งนี่เอง .. บริเวณน้ำตกนักท่องเที่ยวเยอะมาก รถทะเบียนไทยทั้งนั้นเลย (- -')

เดินทางกันต่อ ไปที่น้ำตกหลี่ผี .. น้ำตกหลี่ผีนี่คล้ายๆ กับคอนพระเพ็ง แต่เล็กกว่า การเดินทางจะต้องลงเรือหางยาวที่ท่านากะสังไปขึ้นฝั่งที่ดอนคอน ใช้เวลาราวๆ 25-30 นาที บริเวณนี้ของแม่น้ำโขง มีเกาะกลางแม่น้ำเยอะมากจึงเป็นที่มาของชื่อ มหานทีสี่พันดอน ..ระหว่างทางพบเห็นรีสอร์ตมากมาย ดูสงบดี น่ามาพักผ่อนเหมือนกัน .. เรามาขึ้นฝั่งที่ดอนคอนใกล้ๆ สะพานรถไฟที่ฝรั่งเศสสร้างไว้สมัยสงครามโลก แล้วจึงเดินเท้าต่อไปอีกราวๆ สองกิโลเมตร (หรือจะนั่งรถลาก ซ้อนมอเตอร์ไซค์ก็ได้) กระแสน้ำที่หลี่ผีดูจะแรงกว่าที่คอนพระเพ็ง .. เก็บภาพแล้วก็เดินทางกลับย้อนตามเส้นทางขามา ออกเดินทางกลับปากเซ ทานมื้อเย็นจ่ายไปสองแสน แล้วก็เข้าที่พัก พรุ่งนี้เราจะไปปราสาทวัดภู

วันที่ 7 ธ.ค. 2546

นัดกัน 7 โมงเช้า เข้าตลาดใหม่ปากเซ ใกล้ๆ สะพานลาว-ญี่ปุ่น หากาแฟ ชา ปาท่องโก๋ทานในตลาด แล้วจึงเดินทางต่อไปปราสาทวัดพู การเดินทางจะต้องข้างแม่น้ำโขงด้วยโป๊ะไปขึ้นที่จำปาสัก .. ที่จริงจะว่าเป็นโป๊ะก็ไม่ใช่หรอก เพราะเล่นเอาเรือมาต่อๆ กันแล้วก็ทำพื้นให้รถขึ้นไปจอดได้เท่านั้นเอง ... ข้ามน้ำโขงผ่านเมืองจำปาสัก สู่ภูศิวลึงค์ ที่ตั้งของปราสาทวัดภู


ยูเนสโกรับรองให้ปราสาทวัดภูเป็นมรดกโลกอีกแห่งของประเทศลาว ด้วยความเก่าแก่ของปราสาทที่มีอายุราวๆ หนึ่งพันปี เก่ากว่านครวัดในกัมพูชา และปราสาทหินพิมายหลายร้อยปี สภาพของปราสาททรุดโทรมไปมาก แต่รายละเอียดของงานฝีมือ การแกะสลักยังคงสมบูรณ์ดี เราเดินผ่านทางเดินพื้นกรวด ข้างทางเป็นเสานางเรียงยาวจนเกือบถึงตัวปราสาท

ขึ้นบันไดลอดต้นจำปาลาวสองข้างทาง สู่ตัวปราสาทเพื่อไปกราบพระพุทธรูปเก่าแก่ บริเวณหลังปราสาทด้านซ้ายมีน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลออกมาจากรอยแยกของนหินตลอดเวลา ส่วนด้านขวามีภาพแกะสลักตรีมูตร ซึ่งเป็นร่างทั้งสามของพระศิวะ หากเดินไปไกลอีกสักนิดจะพบกับแท่นหินบูชายัญแกะเป็นรูปจระเข้ สมัยโบราณจะนำชายหญิงหนึ่งคู่มาบูชายัญให้เลือดชะโลมแท่นหิน จากนั้นจึงนำร่างไปเผา เชื่อกันว่าผู้ที่สละชีวิตในการบูชายัญจะมีแต่ความสุข ความเจริญในภพหน้า .. ถัดจากแท่นบูชายัญไปก็เป็นหินแกะสลักเป็นช้างเอราวัณ เพื่อเป็นการเคารพช้างสามเศียรพาหนะของพระศิวะ และเป็นการตอบแทนแรงงานช้างที่ใช้ในการขนลากหินภูเขาไฟมาสร้างปราสาทแห่งนี้ แต่ภาพนี้ยังแกะไม่เสร็จจึงเห็นช้างเพียงหัวเดียว

ออกจากปราสาทวัดภูก็เป็นเวลาสายมากแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่าถ้ามีเวลาจะไปน้ำตกตาดฟานก่อนจะกลับ แต่เราค่อนข้างรีบเพราะต้องกลับขอนแก่นให้ทันเที่ยวบินสุดท้ายตอนสองทุ่ม จึงตัดสินใจเดินทางกลับกัน .. ที่จริงลาวใต้ยังมีที่น่าสนใจอีกหลายแห่งที่น่าเยี่ยมชม อย่างน้ำตกตาดฟานที่เราไม่ได้ไป ไร่ชา กาแฟ ของลาวซึ่งได้ชื่อว่ามีรสชาดดีจนเป็นสินค้าส่งออก น้ำตกตาดเลาะ ชมโลมาน้ำโขง ฯลฯ หากมีเวลาสัก 3 วัน วางแผนดีๆ น่าจะเก็บได้ครบ .. ขากลับเราแวะทานข้าวเที่ยงที่เขื่อนสิรินธร เข้าเมืองอุบลฯ แล้วก็เดินทางกลับถึงขอนแก่นราวๆ หนึ่งทุ่ม ก็เป็นอันสิ้นสุดทริปลาวใต้ของครอบครัว :)

ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งหมดราวๆ หมื่นกว่าๆ หารออกมาก็คนละสามพันนิดๆ ได้เที่ยวพอๆ กับทัวร์ 4-5,000 3 วัน 2 คืน ... คุ้มๆ :D


มีผู้เยี่ยมชมหน้านี้ 7645 ครั้ง

Copyright © 1998-2009 kitty.in.th.
Powered by SimpleWeb v.0.0.3