Zenoss on Debian

เพิ่งมีโอกาสได้ลง Zenoss บน Debian เพราะเครื่องที่ลง Cacti ไว้ดิสก์มันเจ๊งไปแล้ว .. อ่าน doc แล้วเหมือนจะยาก จริงๆ แล้วลงไม่ยากนะ เขียนแปะไว้ในห้องทดลองสักหน่อย

Zenoss 1.1 on Debian

Zenoss 1.1 on Debian

ขั้นตอนอย่างง่ายๆ

สร้าง user สำหรับ zenoss

# adduser --system --shell /bin/bash --home /opt/zenoss --ingroup src --disabled-password zenoss

ถ้า adduser ไม่สร้าง directory และตั้ง permission ให้ก็ดำเนินการตามนี้

# mkdir /opt/zenoss
# chown zenoss /opt/zenoss

su เป็น zenoss แล้วก็สร้างไฟล์ ~/.bashrc ตามนี้

export ZENHOME=/opt/zenoss
export PYTHONPATH=$ZENHOME/lib/python
export PATH=$ZENHOME/bin:$PATH

เพิ่ม user zenoss ใน /etc/sudoers ตามนี้

Defaults    env_reset
Defaults    env_keep = "PYTHONPATH ZENHOME"
zenoss ALL=(ALL) NOPASSWD: /opt/zenoss/bin/python,/usr/bin/kill

ลงแพ็คเกจที่จำเป็นอื่นๆ

# aptitude install mysql-server-5.0 python-dev libmysqlclient-dev g++ make patch bzip2 autoconf swig

โหลด & untar & ติดตั้ง zenoss

$ tar xzf zenoss-1.1.2.tar.gz
$ cd zenoss-1.1.2
$./install.sh

รอ รอ ….

และแล้ว

เย้ .. จริงๆ แล้วจะติดตั้ง zenoss โดยใช้ไลบรารีต่างๆ ที่มีอยู่แล้วในเดเบียนก็ได้ แต่ขั้นตอนจะยุ่งยากกว่านี้โข .. อีกหน่อย zenoss คงจะออก .deb ให้ติดตั้งง่ายๆ ล่ะน่า

Disk Usage Analyzer

สำรวจพื้นที่วันนี้ /home เหลือ 1 GB ..เฮือกๆ .. ต้องเก็บกวาดฮาร์ดดิสก์ซักหน่อยแล้ว

แต่ก่อนจะใช้ du -sk * | sort -nr หาดูว่าไฟล์มันไปปูดอยู่แถวไหนบ้าง เยอะผิดปกติหรือเปล่า ? .. มันก็พอได้ แต่เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือช่วยแล้ว …

Disk Usage Analyzer หรือ Baobab นั่นเอง จริงๆ มันติดมากับ GNOME ตั้งแต่ 2.16 แล้วนะ (ใน Kitty Repo มี baobab ให้ใช้ตั้งแต่ Ubuntu 5.04 ยุค GNOME 2.10) แต่เพิ่งจะน่าใช้งานก็ในเวอร์ชัน 2.18 ที่แสดงการใช้พื้นที่ในแต่ละ directory เป็นวงๆ ดูแล้วเข้าใจง่ายดี

/me วันนี้ได้พื้นที่กลับมาใช้งานอีก 15 GB .. :D

แก้ไข: codename ของ Ubuntu 7.10 คือ Gutsy Gibbon ไม่มี ‘s’ อย่างที่บล็อกไว้วันก่อนโน้น ตามตารางจะรีลีส 18 ตุลาคม 2550 และใช้ codename ย่อยว่า Tribe

DOSBox 0.70

DOSBox 0.70 ออกมาตั้งแต่ 2 มีนาคม 2550 แต่ใน feisty fawn ยังเป็นเวอร์ชัน 0.65 อยู่เลย …ไม่รอแล้ว debuild เองก็ได้ (lintian บ่นๆ .. แต่ไม่สน ;p)

อยากเสี่ยงกับของสด ตามมาใช้ได้ที่ Kitty Repo. (ตอนนี้ของ feisty มีแค่สองแพ็คเกจ :P) หรือจะดาวน์โหลดไปลงด้วย gdebi ก็ได้

Download: dosbox_0.70-0kitty1_i386.deb

ATA over Ethernet again

วันนี้ลอง ATA over Ethernet อีกรอบ เครื่องเซ็ตเดิม แต่อัปเกรดจาก Edgy Eft เป็น Feisty Fawn

# hdparm -tT /dev/etherd/e0.0 

/dev/etherd/e0.0:
 Timing cached reads:   502 MB in  2.00 seconds = 250.51 MB/sec
 Timing buffered disk reads:   24 MB in  3.23 seconds =   7.42 MB/sec

อะฮะ .. 7.42 MB/s … เร็วกว่า การทดสอบครั้งก่อน ประมาณเท่าตัว :)

อาร์ทิมิส ฟาวล์ และ อาณาจักรที่สาปสูญ

อาร์ทิมิส ฟาวล์ อาชญากรอัจฉริยะวัย 14 ใช้เวลาศึกษาค้นคว้าจนพบเผ่าที่หายสาปสูญ “ชาวดีมอน” ผู้อยู่เหนือกาลอวกาศ ในโลกปกติไม่มีทางที่จะพบเห็นชาวดีมอนได้เลย แต่อาร์ทิมิสสามารถถอดสมการเพื่อหาตำแหน่งและเวลาที่ชาวดีมอนจะปรากฏตัวบนโลกได้ และเพื่อพิสูจน์ว่าเขาคิดถูก อาร์ทิมิสเดินทางไปทั่วโลกเพื่อดักรอการปรากฎตัวของชาวดีมอน แม้จะพลาดหลายครั้ง แต่ในที่สุด อาร์ทิมิส ก็ได้พบชาวดีมอน สมการของเขาสามารถทำนายการปรากฎตัวของเผ่าพันธุ์ที่สาปสูญได้จริง .. แต่ไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียวที่สามารถทำนายได้ อาชญากรฝ่ายตรงข้ามผู้เป็นอัจฉริยะไม่น้อยกว่าอาร์ทิมิสก็ทำได้เช่นกัน และเป้าหมายของศัตรูผู้นี้คือการเข้าถึงดีมอนก่อนอาร์ทิมิส .. เรื่องยุ่งไปกว่านั้น เมื่ออารยธรรมของชาวดีมอนกำลังเข้าสู่วิกฤติครั้งใหญ่ หากแก้วิกฤติไม่ทันชาวดีมอนทั้งหมดจะหายไปตลอดกาล .. เป็นอีกครั้งที่ อาร์ทิมิส เป็นส่วนสำคัญในการกู้วิกฤติของชาวพีเพิล พร้อมกับ บัตเลอร์ ฮอลลี่ โฟลลี่ และ มัลช ในขณะที่ศึกอีกด้านเขาก็ต้องสู้กับศัตรูที่เปรียบเสมือนเป็นเงาของเขาเอง

อาร์ทิมิส ฟาวล์ และ อาณาจักรที่สาปสูญ แปลจาก Artemis Fowl and the Lost Colony ของ โอเวน โคลเฟอร์ (Eoin Colfer – Eoin ออกเสียงเป็น Owen) โดย คุณรชต ประชาเรืองวิทย์ เป็นเล่มที่ 5 ในซีรีส์อาร์ทิมิส ฟาวล์ สำหรับผู้ที่ชอบอาร์ทิมิส ฟาวล์ ได้อ่านแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน ในเล่มนี้จะได้เห็นมิตรภาพที่อบอุ่น การผจญภัยในโลกแห่งจินตนาการที่สนุกสนาน ความเป็นอัจฉริยะของอาชญากรตัวน้อย พร้อมมุกขำๆ ตลอดเล่ม .. และถ้าสังเกตดูจะเห็นว่ามีเกมส์ให้เล่นสนุกๆ ด้วย

เล่มหน้าได้ชื่อตอนแล้วว่า The End of All Time คาดว่าจะเป็นเล่มสุดท้ายในซีรีส์นี้

ปริศนาคำสารภาพ

คะจิ โซอิชิโร สารวัตรประจำกองบัญชาการกลางเข้ามอบตัวกับตำรวจในข้อหาฆ่าคนตาย เขาสารภาพว่าฆ่าภรรยาที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เรื่องควรจะจบอย่างง่ายๆ หากเพียงแค่เขาเข้ามอบตัวทันที แต่กลับเป็นว่าเขาเข้ามอบตัวหลังจากนั้นสองวัน .. เขาหายไปไหน ? แม้แต่สารวัตรชิคิ คะซุซะมะ ก็ไม่สามารถทำให้คะจิสารภาพได้ .. เรื่องง่ายกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นเมื่อกรมตำรวจเองก็ต้องการให้ปกปิดเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เสียชื่อและถึงกับมีการต่อรองกับอัยการอย่างลับๆ .. หลายฝ่ายเชื่อว่าคะจิคงอยากฆ่าตัวตายตามภรรยา แต่เขาไม่ทำและยังทิ้งปริศนา “50 ปีชีวิตมนุษย์” ไว้อีก .. คะจิไม่ยอมเอ่ยปากว่าเขาหายไปไหนก่อนจะมอบตัว .. เพราะอะไร ? เขากำลังปกป้องใคร ? 50 ปีชีวิตมนุษย์ที่เขาเขียนทิ้งไว้หมายความว่าอย่างไร ? คำถามมากมายที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องอยากรู้

ปริศนาคำสารภาพ แปลจาก Hanochi ของ โยโกยามา ฮิเดะโอะ หนึ่งในนักเขียนฝีมือดีที่ได้รับรางวัลมากมาย สำหรับเรื่องปริศนาคำสารภาพได้รับการจัดอันดับอยู่ที่หนึ่งในอันดับนวนิยายแนวลึกลับจากวารสารในญี่ปุ่น และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2004 ภาคภาษาไทยแปลและเรียบเรียงโดย คุณวราภรณ์ พิรุณสวรรค์ ผู้แปล เบิร์ทเดย์ ปริศนาผู้สูญหาย ปริศนาใต้บาดาล และ บันได 13 ขั้น ปริศนาจากแดนประหาร ส่วนตัวแล้วชอบวิธีการเล่าเรื่องที่ใช้วิธีการเขียนเล่าจากมุมมองผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ สารวัตรสืบสวน อัยการ นักข่าว ทนาย ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เขียนแยกบทผ่านสายตาของแต่ละคน หากยังคงดำเนินเรื่องได้ลงตัวโดยมีตัวละครคนสำคัญและปมปริศนาเป็นศูนย์กลาง

คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 8 – อย่าออกมาเดินตอนกลางคืน

ยาชิโระ โทระตะ เป็นนักเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนกระจอกๆ คนหนึ่ง เขาเป็นเพื่อนของ เซ็งโงะกุ นาโอกิ ซึ่งบังเอิญมีบ้านเกิดที่เดียวกัน จริงๆ แล้วทั้งสองไม่เชิงเป็นเพื่อน เพราะ นาโอกิกดขี่ ถากถางโทระตะเป็นประจำเสียจน โทระตะไม่ใส่ใจ อีกอย่างที่ทำให้ โทระตะ ทนได้ก็เพราะ นาโอกิ เป็นคนอุปถัมภ์ช่วยเหลืออยู่เรื่อยๆ แม้ความช่วยเหลือนั้นทำไปเพื่อหวังผลตอบแทนอย่างชัดเจน ทั้งสองจึงไม่ได้ไว้ใจกันจนสนิทใจอย่างเพื่อนทั่วไป วันหนึ่งนาโอกินำเรื่องวุ่นๆ ในบ้านมาปรึกษาโทระตะเพื่อให้โทระตะช่วยเหลือบางอย่าง เขาถูกลากไปพบกับฆาตกรรมสยองในตระกูลฟุรุงามิซึ่งทุกคนล้วนมีความวิปริตไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

อย่าออกมาเดินตอนกลางคืน แปล มาจาก Yoru Aruku ของ โยโคมิโซะ เซชิ และแปลโดยคุณชมนาด ศีติสาร ใช้วิธีการเล่าเรื่องจากมุมมองของบุคคลที่สาม (ซึ่งในความเป็นจริงมีบทบาทมากกว่าแค่บุคคลที่สาม) เล่มนี้มีตัวละครไม่มากนัก อ่านแล้วติดตามได้ง่าย มีการจับประเด็นทางสังคมยุคหลังสงคราม และประเด็นทางศีลธรรมในญี่ปุ่น ความสนุกของเล่มนี้คือมุกการเล่นกับมุมมองของฆาตกร มีประเด็นน่าสงสัยมากมาย การเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อนของปริศนาฆาตกรรมยังคงลึกล้ำไม่น้อยกว่าเล่มที่ผ่านมา และเป็นอีกครั้งที่โยโคมิโซะ เซชิ ใช้เมืองโอะนิโคะเบะ จังหวัดโอคายามะ เป็นฉากประกอบ ในการเล่าเรื่อง

Ubuntu 7.10 Codename Gutsy Gibbons

หลังจากปล่อยกวางน้อย (fawn) อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (อย่างไม่ทางการตั้งแต่วันที่ 15-16) รีลีสหน้า Ubuntu 7.10 จะปล่อยชะนีผู้กล้า (Gutsy Gibbons) เป็นตัวต่อไป .. codename ของ Ubuntu ยังคงเข้าลำดับตัวอักษรจาก D-E-F-G … แต่ … โปรดสังเกตว่า Gibbons เติม s เป็นพหูพจน์ด้วย … :P

เป้าหมายของ Ubuntu 7.10 Gutsy Gibbons จะประกาศราวๆ ต้นเดือนหน้า